ความสำคัญของการอบรมที่อับอากาศ

        ‘พื้นที่อับอากาศ’ คือพื้นที่ที่มีทางเข้า-ออกจำกัด สภาพแวดล้อมภายในบริเวณมีความอับอากาศ การระบายอากาศตามธรรมชาติไม่ถูกสุขลักษณะ และมีสภาพที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ อาทิเช่น อุโมงค์ ถ้ำ บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ำมัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา เป็นต้น

อบรมที่อับอากาศ -1

             โดยจากสถิติพบว่าพื้นที่อับอากาศนั้นถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงของสถานที่ทำงาน และบ่อยครั้งก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานและนายจ้าง (เจ้าของกิจการ) ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานในพื้นที่อับอากาศอย่างถูกต้อง รวมถึงไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีและเหมาะสมจนนำมาสู่อุบัติเหตุที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้

           ‘อบรมอับอากาศ’ หรือที่เรียกให้เข้าใจว่า “อบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ” เป็นหลักสูตรการอบรมที่ทางกระทรวงแรงงานได้กำหนดไว้ เพื่อให้สถานประกอบกิจการที่มีสถานที่อับอากาศจะต้องทำการจัดอบรมแก่พนักงานทุกคนที่ทำงานในพื้นที่อับอากาศ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัยเสียก่อน จึงจะสามารถอนุญาตให้เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศได้

          ทั้งนี้ ตามประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2564 เป็นต้นมา ได้กำหนดหลักสูตรอบรมการทำงานในที่อับอากาศไว้ 6 หลักสูตร ดังนี้

      หลักสูตรการฝึกอบรมผู้อนุญาต (ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ)

  1. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ควบคุมงาน (ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ)
  2. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ช่วยเหลือ (ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ)
  3. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ)
  4. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ)
  5. หลักสูตรการฝึกอบรมทบทวนความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ

อันตรายของการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ

       หากดูจากคำจำกัดความถึงสถานที่ที่เข้าข่ายว่าเป็นพื้นที่อับอากาศ เช่น อุโมงค์ ถ้ำ บ่อ ห้องใต้ดิน ถังน้ำมัน ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นพื้นที่ที่ผู้ปฏิบัติงานต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและชำนาญ  เพราะมึความอันตรายและเสี่ยงต่อการอุบัติเหตุได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • การขาดออกซิเจน
  • การเกิดไฟ และการระเบิดของแก๊สที่ติดไฟได้
  • การสูดดมแก๊สพิษ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ (Carbon monoxide), ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide), ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen dioxide)
  • ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง เพราะแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือมีฝุ่นละอองบดบัง
  • อันตรายต่อระบบโสตประสาท เนื่องจากมีเสียงดัง
  • อุณหภูมิสูงจนอาจทำให้เกิดอาการของโรคลมแดดหรือภาวะฉุกเฉินจากความร้อน (Heatstroke)
  • ขาดความคล่องตัวในการหลบหนีออกจากพื้นที่เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน

การอบรมที่อับอากาศเหมาะเหมาะกับบุคคลหรือองค์กรใดบ้าง

         การอบรมหลักสูตรนี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ต้องปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่อับอากาศ โดยจุดมุ่งหมายของการอบรมนอกจากจะให้ความรู้และเทคนิคการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้และฝึกฝนการใช้อุปกรณ์กู้ภัยชนิดต่างๆ เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดอากาศ สารไวไฟ และสารพิษ ซึ่งจะต้องเรียนรู้การใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการตรวจวัดปริมาณอากาศ เทคนิคการตรวจวัดแก๊สพิษ เทคนิคการตรวจวัดสารไวไฟ เทคนิคการตรวจวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ รวมถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ คือ ไตรพอดสามขา (Tripod) ที่ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องเรียนรู้การใช้งาน การประกอบรอกช่วยชีวิต ฝึกติดตั้งและใช้งานทุกขั้นตอนให้ชำนาญ