อบรมโฟล์คลิฟท์ อบรมการใช้รถยกอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัย

แม้รถโฟล์คลิฟท์จะไม่ได้มีอุปกรณ์สำหรับยกวัสดุขนาดใหญ่เหมือนเครน แต่เนื่องจากรถโฟล์คลิฟท์ในปัจจุบันนั้นมีการพัฒนาอย่างมาก มีความสามารถในการทำงานมากขึ้น เพราะฉะนั้นผู้ปฏิบัติงานร่วมกับรถประเภทนี้จึงต้องเรียนรู้วิธีการขับขี่หรือบังคับรถอย่างถูกวิธีจากการอบรมโฟล์คลิฟท์ เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัยและมีปประสิทธิภาพสูงสุด

ความสำคัญของการอบรมโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์ (forklift truck) หรือรถยก เป็นพาหนะที่มีบทบาทในวงการอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก เพราะสามารถยกของที่มีน้ำหนักมากหรือจัดเรียงสินค้าคราวละมากๆได้ แม้รถยกจะมีขนาดเล็กและไม่ได้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเท่าปั้นจั่น แต่ก็นับว่าเข้าข่ายตาม “กฎหมายการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่นและหม้อน้ำ 2564” ซึ่งครอบคลุมเครื่องจักร 6 ประเภทรวมไปถึง “รถยกและเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง” ด้วย เพราะฉะนั้นนอกจากรถโฟล์คลิฟท์จะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองโดยวิศวกรก่อนนำมาใช้งานแล้ว ผู้ที่ต้องทำงานกับรถประเภทนี้ก็ต้องผ่านการอบรมโฟล์คลิฟท์ด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถปฏิบัติงานกับรถโฟล์คลิฟท์ได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง ทั้งนี้รถยกและเครื่องจักรสำหรับยกมีหลายประเภท เช่น รถกระเช้า รถยกทั่วไป รถบูมลิฟท์ แฮนด์ลิฟท์ เป็นต้น การฝึกอบรมรถแต่ละประเภทจะมีเนื้อหาแตกต่างกันเพราะรถแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานไม่เหมือนกันนั่นเอง  

การใช้งานรถโฟล์คลิฟท์อย่างปลอดภัยมีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามมากมาย เช่น บรรทุกสิ่งของตามพิกัดน้ำหนักที่กำหนด ต้องตรวจสอบรถยกทุกวันก่อนใช้งาน ขับรถอย่างเหมาะสมกับสภาพถนน/สิ่งของที่บรรทุกและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ห้ามออกรถ/หยุดรถหรือเลี้ยวรถกะทันหัน ห้ามยื่นศีรษะ/แขนหรือขาออกนอกรถ ห้ามผู้อื่นโดยสารบนรถ ห้ามยกของสูงบังสายตาผู้ขับขี่ ห้ามเหยียบของบนพื้นและอีกมากมาย ซึ่งมีความจำเป็นมากที่ผู้ขับขี่จะต้องผ่านการฝึกอบรมโฟล์คลิฟท์และมีใบอนุญาตขับขี่เท่านั้น  

แม้การปฏิบัติงานด้วยรถโฟล์คลิฟท์มักจะมีการขับขี่อย่างช้าๆและใช้ช่วยอำนวยความสะดวกในการยกของหรือจัดเรียงของแทนการใช้แรงคน แต่ก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวซึ่งบ่อยครั้งก็มาจากเรื่องเล็กๆน้อย ทั้งที่มาจากการขาดประสบการณ์และความประมาทเลินเล่อส่วนบุคคลก็ตาม ดังนั้นพนักงานทุกคนที่ต้องทำงานร่วมกับรถโฟล์คลิฟท์ต้องได้เรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นทักษะการขับขี่ ข้อควรปฏิบัติ ข้อห้ามปฏิบัติ การตรวจสอบรถ การบำรุงรักษาฯลฯ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดทั้งกับตัวผู้ขับขี่เองและเพื่อนร่วมงาน ดังนั้นจึงต้องเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่้ต้องส่งพนักงานเข้ารับการอบรมโฟล์คลิฟท์นั่นเอง